หน้าหลัก
ความเป็นมาโครงการ
           แผนการดำเนินงาน
รู้จักปลาเผาะ
            การเลี้ยงปลาเผาะ
การเพาะพันธ์ปลาเผาะ
การอนุบาลลูกปลาเผาะ
โภชนาการของปลาเผาะ
 
 
 
 
     

สำหรับแผนการดำเนินงาน ในการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปลาเผาะเพื่อให้เป็นปลาเศรษฐกิจตัวใหม่ของไทยเพื่อการส่งออก สถาบันอาหารไว้วางแผนงาน ในปี 2549 ไว้ดังนี้

ด้านการเพาะเลี้ยง   การดำเนินงานปี 2549 มีลักษณะเป็นการเลี้ยงเชิงพาณิชย์และแปรรูปเชิงอุตสาหกรรม โดยขยายปริมาณการเพาะเลี้ยงปลาเผาะเพื่อผลิตเป็นปลา Filet สำหรับการส่งออกจำนวน 4 ล้านตัวในพื้นที่ริมแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม อันจะสามารถส่งออกปลา Filet ในระยะเริ่มแรกเดือนละ 140 ตัน หรือปีละ 77 ตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดเพียงบางส่วน

ด้านงานวิจัย   จากผลการเลี้ยงและการทดสอบคุณสมบัติของปลาเผาะ โดยห้องปฏิบัติการทดสอบ สถาบันอาหารพบว่า ปลาเผาะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก เช่น เนื้อปลาเผาะ 100 กรัม ผู้บริโภคจะได้รับพลังงานทั้งหมด 274.75 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 14.15 กรัม ขณะที่ไขมันทั้งหมดเพียง 21.07 กรัมเท่านั้น

นอกจากนี้ผลการทดสอบด้านไขมัน พบว่า ปลาเผาะมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายมากกว่า 10 % DHA 2 % และ Total Omega 3 มากกว่า 3 % ซึ่งสามารถนำไขมันมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อเพิ่มมูลค่าได้อีกมาก โดยเฉพาะน้ำมันปลา (Fish Oil) ดังนั้นในปี 2549 สถาบันอาหารจะได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาผลิภัณฑ์จากปลาเผาะ พร้อมกับการตลาด การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน การจัดทำระบบตรวจสอบแบบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อสร้างคุณค่าหรือเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์

ด้ด้านโรงงาน   นอกจากการเพาะเลี้ยงและงานวิจัยแล้ว โครงการฯ จะจัดสร้างโรงงานแปรรูปปลาเผาะ ที่จังหวัดนครพนม ซึ่งโรงงานดังกล่าวมีกำลังการผลิต เดือนละ 140 ตันปลา Filet ซึ่งสามารถรองรับปลาเผาะได้เดือนละ 350,000 ตัว      

การขยายผลการเลี้ยงริมแม่น้ำโขง   นอกจากการดำเนินงานโครงการจังหวัดนครพนมแล้ว ในเบื้องต้นโครงการจะขยายการเลี้ยงไปยังพื้นที่ริมแม่น้ำโขง 6 จังหวัด คือ จังหวัดเลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ผลได้ที่คาดว่าจะเกิดภายหลังจากโครงการเสร็จสิ้นแล้ว คือ เกิดการพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน /ภูมิภาค ภายใต้ความเชื่อมโยงของกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากและหลากหลาย ในลักษณะของ Cluster Development เกิดวิสาหกิจชุมชน ในรูปแบบของการมีส่วนร่วม และการเป็นเจ้าของในธุรกิจการเพาะเลี้ยงและการแปรรูปปลาเผาะของเกษตรกร / ชุมชน สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศจากอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงและแปรรูปปลาเผาะเพื่อการส่งออก และเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง อันเนื่องจากการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมท้องถิ่น

นอกจากนั้นแล้วก่อให้เกิดความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ได้แก่ นโยบายขจัดความยากจน โดยเสริมสร้างขบวนการชุมชนให้เกิดความเข้มแข็ง อันเป็นพลังสำคัญในการต่อสู้ความยากจน และนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและแข่งขันได้ ภายใต้การปรับโครงสร้างภาคการเกษตร และอุตสาหกรรม โดยสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าเกษตร ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น และการบ่มเพาะวิสาหกิจชุมชนในการเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร การผลิตสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพทางการตลาดสูง และมีโอกาสเพิ่มมูลค่า

ทางเลือกที่จะไปนำสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมีอยู่ไม่มากนัก การขยายตัวของการส่งออกสินค้า จึงเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่จะนำไปสู่ความคาดหวังว่าจะช่วยฉุดเศรษฐกิจของประเทศให้พลิกฟื้นขึ้นจากสภาวการณ์ที่ถดถอยไปสู่การเจริญเติบโตที่มั่นคง โครงการพัฒนาสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่เพื่อการส่งออกจึงเป็นโครงการที่มีความสำคัญยิ่งโครงการหนึ่งที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมอาหาร – เกษตรของไทยสามารถขยายมูลค่าและปริมาณการส่งออกเพิ่มมากขึ้น ภายใต้ระบบการพัฒนาและบริหารจัดการที่ดีทั้งระบบ (Cluster Development) ทั้งนี้เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของตลาดโลกที่มีอยู่ในปัจจุบัน อันจะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่จะนำพาเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศไปสู่อนาคตอย่างมีทิศทางและเป้าหมายที่แน่นอน    

     
แผนการดำเนินการโครงการในส่วนสกัดน้ำมันปลา
     

 

ทำการสกัดน้ำมันปลาด้วย Supercritical Fluid Extraction ที่ความดัน 500 บาร์ อุณหภูมิ 70 ? 2 ? C Flow rate 1 cm3/min

 
     

เก็บส่วนที่ Extract ออกมาได้ ( ไขมัน + น้ำมัน : องค์ประกอบหลัก)

 
     

นำ Extract ที่ได้มาผ่านกระบวนการทำน้ำมันปลาให้บริสุทธิ์

 
     

ถนอมรักษาคุณภาพน้ำมันปลาที่ได้โดยบรรจุในแคปซูล เพื่อป้องกันการเกิด Autoxidation ได้ช้าลง

 
     

            ข้อเสนอแนะ/แนวทางการศึกษาต่อ

จากการศึกษาการแปรรูปส่วนที่เหลือจากการแล่เนื้อ( By product ) ปลาเผาะเพื่อผลิตน้ำมันปลา พบว่าควรมีการศึกษาเพื่อพัฒนาขั้นตอนการทำน้ำมันปลาให้บริสุทธิ์ เนื่องจากการทดลองนี้ใช้วิธีการตกตะกอนแยกส่วนกรดไขมันอิ่มตัวออกจากกรดไขมันไม่อิ่มตัวโดยใช้ตัวทำละลาย เพื่อนำกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่แยกออกมาได้มาทำการกรองเพื่อเพิ่มความบริสุทธิ์ก่อนจะระเหยตัวทำละลายที่ตกค้างออกก่อนบรรจุแคปซูล หากมีการศึกษาด้านเทคนิควิธีการแยกกรดไขมันอิ่มตัวออกจากกรดไขมันไม่อิ่มตัว การกรองโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น รวมถึงเทคนิคในการแยกตะกอนออกจากของเหลวและการควบคุมอุณหภูมิระหว่างทำการทดลอง จะเป็นวิธีการที่ดีในการเพิ่มความเข้มข้นของ EPA และ DHA

 

 ...................................................