ข้อมูลการจัดตั้งร้านอาหาร/ภัตตาคารไทย ณ นครนิวยอร์ค ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ทำเลที่ตั้ง
ที่เหมาะสม นิวยอร์คและบอสตัน
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
The City of
New York, Department of Health (www.ci.nyc.ny.us/health)
ค่าเช่าร้านในแมนฮัทตันต่อเดือนประมาณ
7,000-8,000 เหรียญ USD การลงทุนเปิดร้านอาหารไทย ประมาณ 100,000-150,000 เหรียญ USD ร้านอาหารขนาดพอเหมาะ คือ
1,800 ตารางฟุต การนำพ่อครัว แม่ครัวและการขอ
Work Permit : ต้องใช้ทนายความในการดำเนินการ
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเปิดร้านอาหารไทยในสหรัฐอเมริกา
Location
ที่น่าสนใจ : New York, Florida, Atlanta, San
Francisco, Boston ร้านที่อยู่
ในเมืองจะมีลูกค้าสม่ำเสมอทุกวัน
สำหรับร้านนอกเมืองธุรกิจจะดีเฉพาะวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์
การจัดหาสถานที่
: มี 2 วิธี
คือ
Take Over
คือ เช่าอาคารที่เคยทำเป็นร้านอาหารเดิม (เช่นเคยขาย Pizza หรือขายอาหารประเภทอื่น)
ข้อดี คือ
แปลนเดิมของร้านได้มีการวางท่อ Gas ท่อน้ำ ท่อระบาย ฯลฯ อยู่แล้ว
ผู้เข้าครอบครองเพียงแต่
ดัดแปลงของเดิมให้เหมาะสมกับธุรกิจของตน การ Take over
ร้านอาหารไทยที่มีธุรกิจดีแต่เจ้าของ
ต้องการ Retire อย่าใช้ License ของเจ้าของเดิมเพราะอาจมีปัญหา
Liability ตามมาภายหลัง
Build-up :
เป็นอาคารว่างเปล่า หรืออาคารที่ไม่เป็นร้านอาหารเดิม
ต้องดูว่าอาคารดังกล่าวเจ้าขออนุญาต
ให้เปิดร้านอาหารหรือไม่
ค่าใช้จ่ายในการดัดแปลง/ก่อสร้าง วางระบบต่างๆแพงมาก
ค่าลงทุน : ประกอบด้วยค่า Deposit อาคาร Gas ไฟฟ้า
ค่าตกแต่งและค่าอุปกรณ์ต่างๆกรณี Take over ค่าลงทุนประมาณ 100,000-150,000 เหรียญ ส่วน
Build-up ค่าลงทุนตั้งแต่ 200,000
เหรียญขึ้นไป
ค่าเช่ารายเดือนบริเวณ
Downtown
Manhattan (ไม่ไกลจาก World Trade Center) ประมาณ 40-50 เหรียญ/ตารางฟุต/ปี ร้านอาหารขนาดพอเหมาะ คือ
1,800 ตารางฟุต ค่าเช่าต่อเดือนประมาณ
7,000-8,000 เหรียญLabour cost จะตกประมาณ 30% ของ overhead Insurance
: จะต้องทำประกันอัคคีภัยและอุบัติเหตุของลูกค้า ปีละประมาณ
3,000 เหรียญสหรัฐฯ
การขออนุญาต : เช่นการขอจดทะเบียนร้านการขอไฟฟ้า
gas โทรศัพท์ (รวมทั้งการเปิดบัญชีกับธนาคาร) โดยทั่วไปผู้ขอจะต้องมี ID Card (เช่นใบขับขี่) และ Social Security
สำหรับคนต่างชาติ ซึ่งเข้ามา
ลงทุนซึ่งยังไม่มี
ID และ Social Security ดังกล่าว
ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าสามารถเข้ามาประกอบธุรกิจ
ได้หรือไม่
หรือทำได้โดยวิธีใด
การเสียภาษี : โดยทั่วไปร้านจะทำบัญชีรับ-จ่ายทุกวัน ทุกเดือน
accountant (ที่ร้านจ้าง) จะมาตรวจสอบช่วยเรื่องบัญชี เพื่อไม่ให้ร้านต้องเสียภาษีมาก หากไม่มี
accountant คิดวิธีการเสียภาษี ร้านต้องเสียเต็ม
100% จะประกอบธุรกิจโดยไม่ได้กำไรเลย
ระยะเวลาในการเตรียมการ : หากเลือกสถานที่ได้แล้ว
ทนายจะเป็นผู้เจรจาและตรวจสอบสัญญากับเจ้าของอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ต้องตรวจสอบว่าเจ้าของกิจการเดิมมีภาระหนี้สินติดค้างมากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ ทนายจะดำเนินการเกี่ยวกับการขออนุญาตต่างๆค่าทนายจะประมาณ
1,500 เหรียญ
หลักปฏิบัติการประกอบธุรกิจ : การประกอบธุรกิจในสหรัฐควรดำเนินโดยวิธีถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบ
จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา
การหลีกเลี่ยงต่างๆอาจจะกระทำได้ในขอบเขตกฎหมายซึ่งทนายและนักบัญชีดังกล่าวจะเป็นผู้ชี้ช่องทาง
หมายเหตุ
ข้อมูลข้างต้นมาจากร้านอาหารไทยในนิวยอร์ค
ประมาณการค่าใช้จ่าย เป็นประมาณการข้างต้น มาจากแหล่งข้อมูล เพียงแห่งเดียว
ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลอื่นๆ เปรียบเทียบ หลักเกณฑ์เปิดร้านอาหารไทยที่ฟลอริด้า สหรัฐฯ โดย สำนักงานส่งเสริมการค้า ณ เมืองไมอามี่
ยื่นคำขอจดทะเบียนบริษัทต่อ
City
(ค่าธรรมเนียม 200 เหรียญฯ)
ยื่นคำขอหมายเลข
Social
Security ของบริษัทต่อ Internal Revenue Service (ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม)
ยื่นคำขอหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีต่อ
City
(ไม่เสียค่าธรรมเนียม)
ยื่นแบบแปลนขออนุญาตก่อสร้างร้านอาหารต่อ
City
(ค่ธรรมเนียมจะรวมอยู่ใน ค่าจ้างออกแบบ
และผู้เขียนแบบจะเป็นผู้ยื่นคำขอให้ และโดยเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ
3 เดือน
นับแต่เริ่มเขียนแบบยื่นแบบจนกระทั่งได้รับใบอนุญาตให้ ก่อสร้าง)
ยื่นคำขอ
Occupation
License ของร้านอาหารต่อ City (ค่าธรรมเนียม 200 เหรียญฯ)
ยื่นคำขอ
Occupation
License ของร้านอาหารต่อ County (ค่าธรรมเนียม 100 เหรียญฯ)
ยื่นคำขอ
Food
Permit ของร้านอาหารต่อ Division of Hotels and
Restaurant, State of Florida (ค่าธรรมเนียม 250 เหรียญฯ) เมื่อได้รับใบอนุญาตจาก State
ในข้อ
ผู้ประกอบการสามารถเปิดดำเนินกิจการได้แล้ว
แต่อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตเพิ่มเติม ดังนี้
ผู้ที่จะเป็น
Manager
ของร้านอาหารต้องผ่านการอบรมและได้รับใบอนุญาตจาก
Florida Department of Business and Professional Regulation ทั้งนี้ City จะเป็นผู้จัดการอบรมให้
หากต้องการขายเบียร์และไวน์
ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตจาก Department
of Business and
Professional
Regulation Alcoholic Beverage & Tobacco, State of Florida
หากต้องการขายเหล้า
ต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตขายเหล้าต่อ Department
of Business and
Professional
Regulation Alcoholic Beverage & Tobacco, State of Florida
ค่าเช่าพื้นที่/ภาษี
ค่าเช่าพื้นที่ระบุในสัญญาเช่าโดยทั่วไปจะรวมถึง
Sale
Taxes (ประมาณ 6.5%) และค่าบำรุงรักษาระหว่างเช่าด้วย
แต่หากคิดค่าเช่าพื้นที่เพียงอย่างเดียวโดยเฉลี่ยจะอยู่ระหว่าง 16-20
เหรียญฯ ต่อตารางฟุต/ปี
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเลอันเป็นที่ตั้งของร้านและระยะเวลา ที่เช่า
ในแต่ละปีนอกจากภาษีรายได้แล้ว ผู้ประกอบการต้องเสีย Property Tex
ให้แก่ County ซึ่งจะคำนวณจากจำนวนพื้นที่ของร้านแต่ละ County จะมีอัตราที่แตกต่างกัน
การลงทุนเปิดร้านอาหารไทย
สัดส่วนการลงทุนรัฐฟลอริด้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้
การลงทุนของผู้เป็นหุ้นส่วนจะต้องลงทุนฝ่ายละเท่าใด เงินลงทุน (โดยประมาณ/ไม่ร่วมค่าเช่าพื้นที่) ของร้านอาหารประเภทต่างๆ ภัตตาคารระดับดี 500,000 เหรียญฯ ขึ้นไป ภัตตาคารระดับกลาง อย่างน้อย 250,000 เหรียญฯ อาหารจานด่วน, Corner, Kiosk ไม่พบการจำหน่ายอาหารไทยในลักษณะนี้ในไมอามี่
รูปแบบร้านอาหารในแต่ละเมือง
ร้านอาหารไทยในรัฐฟลอริด้า
โดยส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใน Strip
Mall (มีลักษณะเหมือน ห้องแถวแต่มีชั้นเดียว) กว้างยาวประมาณ 6 x 13 เมตร (ครึ่งหนึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการอีก ครึ่งหนึ่งจะเป็นห้องครัว)
ให้บริการได้ประมาณ 50-60 ที่นั่ง
หากเป็นร้านขนาดใหญ่จะใช้ พื้นที่มากกว่า 1 ห้อง
และมีน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนร้านอาหารไทยที่มีอยู่ทั้งหมด
รสนิยมของผู้บริโภคแต่ละท้องถิ่น
จากการสอบถามผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในไมอามี่
โดยส่วนใหญ่เห็นว่าการปรุง อาหารจะต้องปรุงให้เป็นไปตามความนิยมของลูกค้า
กล่าวคือรสชาติที่ปรุงจะผิดไปจากที่ คนไทยรับประทานและมักจะมีรสหวานนำ
ยกเว้นบางรายที่ต้องการให้ปรุงรสชาติให้ เหมือนกับที่คนไทยรับประทาน
ซึ่งนับว่ามีน้อยมาก
ข้อมูลการจัดตั้งร้านอาหาร/ภัตตาคารไทยในตลาดทวีปอเมริกาเหนือ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส
ประเทศ สหรัฐอเมริกา ทำเลที่ตั้ง
(เมืองที่เหมาะสม)
ควรพิจารณาเมืองใหญ่ที่ประชากรเชื้อสายเอเซียหรืออเมริกาใต้อาศัยอยู่ในปริมาณพอสมควรหรือตั้งอยู่ในรัศมีที่ใกล้เคียงกับเขตเมืองใหญ่ที่ประชากรเชื้อชาติดังกล่าวอยู่เป็นจำนวนมากจะมีลู่ทางการตลาดที่ดีกว่าเมืองที่มีแต่ประชากรผิวขาวล้วน
ในกรณีที่จะเปิดกิจการในเมืองที่มีคนผิวขาวอยู่หนาแน่นควรเลือกเมืองที่ประชากรมีการศึกษาในระดับสูงและมีสถานะภาพทางเศรษฐกิจที่ดีอยู่เป็นจำนวนมาก
กฎระเบียบสุขอนามัย
:
ในแต่ละรัฐต่ละเมืองจะมีความแตกต่างกันออกไปเพราะระบบกฎหมายสหรัฐฯมีลักษณะเป็นเช่น
ดังนั้น
การหากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขอนามัยในระดับปลีกย่อยหรือการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่ๆจะต้องกระทำเป็นเมืองๆไป
แต่กฎระเบียบที่เป็นหัวใจสำคัญจะเหมือนกันหมดคือ
การบังคับควบคุมสถานประกอบการให้อยู่ในสภาพที่สะอาดถูกสุขลักษณะ
ตัวอาคารที่ตั้งของสถานประกอบการและอุปกรณ์ต่างๆที่ติดตั้งอยู่ในอาคารอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้าไปใช้อาคารนั้นๆการเก็บการประกอบอาหารและการเสริฟอาหารจะต้องเป็นไปอย่างถูกสุขลักษณะและจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง :
จะมีหลายหน่วยงานด้วยกัน
จำนวนหน่วยงานที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องจะขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของสถานประกอบการและเมืองที่ตั้ง
ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประกอบไปด้วยหน่วยงานดังต่อไปนี้ คือ
(ชื่อเรียกหน่วยงานในที่นี้เป็นชื่อที่เรียกในเขตเมือง ลอสแอนเจลิส
ในเมืองอื่นๆ
อาจจะมีชื่อเรียกที่ต่างกันออกไปแต่หน้าที่ความรับผิดชอบจะเป็นไปในแนวทางเดียวกัน)
หน่วยงานในระดับเมือง
(City)
City Planing
Department เป็นผู้ออก
Land Use
Permits ในกรณีที่จะทำการซื้อที่ดินว่างเปล่าเพื่อทำเป็นสถานประกอบ
การหน่วยงานนี้เป็นผู้ควบคุมเรื่องการจัดแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ต่างๆ
ว่ากำหนดให้เป็นเขตที่อาศัยเขตประกอบธุรกิจเขตโรงงาน และอื่นๆ เป็นต้น
Conditional
Use Permits ในกรณีที่จะทำการเปิดกิจการในลักษณะเป็น
Fast Food
Conditional
Use Permits/Alcohol Sales สำหรับร้านค้าปลีกที่ต้องการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มี
แอลกอฮอล์
จะต้องแจ้งเพื่อขออนุญาตทำการขายแอลกอฮอล์ในพื้นที่ดังกล่าว
เจ้าพนักงานจะ
ทำการปิดประกาศแจ้งแก่สาธารณชน
ว่าสถานที่นี้จะทำการขายเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ ถ้าไม่มี
ใครคัดค้านก็จะออกใบอนุญาตให้สามารถขายได้ หากมีการ
คัดค้านก็จะต้องทำการ hearing ต่อ
ไป
Building and
Safety Department เป็นผู้ออก Building and
Construction Permits ในกรณีที่ต้องการใช้อาคารนั้นๆเพื่อเปิดเป็นร้านอาหารเป็นครั้งแรกหรือต้องการปรับปรุงแก้ไขอาคารที่เคยเป็นร้านอาหารอยู่เดิมจะต้องแจ้งและส่ง
floor plan ให้แก่ Building and Safety
Department เพื่ออนุมัติ floor plan และส่งเจ้าพนักงานมาตรวจสอบการก่อสร้างและตกแต่งร้านในส่วนที่เกี่ยวข้องหรือเข้าไปสัมผัสกับตัวอาคาร
(building structure) ทั้งหมด
ทั้งนี้รวมถึงการปิดป้านต่างๆทั้งด้านในอาคาร เช่น
ป้ายหน้าห้องน้ำจะต้องมีอักษรเบล์สำหรับคนตาพิการ ป้ายทางออกฉุกเฉิน เป็นต้น
และด้านนอกอาคารเช่นการปิดป้ายชื่อร้าน การติดไฟหน้าร้าน เป็นต้น
หากมีส่วนใดไม่ถูกต้องเจ้าพนักงานมีสิทธิที่จะสั่งให้แก้ไขหรือไม่อนุญาตให้เปิดดำเนินการจนกว่าจะมีการแก้ไขอย่างถูกต้องแล้ว
Office of the
City Clerk เป็นผู้ออกใบ
Business
Tax Registration Certificate หรือที่เรียกกันว่า
Retail License หรือ
ใบอนุญาต
ประกอบการ
ร้านค้าปลีกเพื่อจดทะเบียนการเสียภาษีรายได้ธุรกิจ
Police
Permits ในกรณีที่จะทำการติดตั้งสัญญาณกันขโมยในร้าน
Fire
Department ในกรณีที่มีที่นั่งเกินกว่า 49 ที่นั่งจะต้องขออนุญาตจาก Fire Department ที่รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่ซึ่งจะส่งเจ้าพนักงานมาตรวจสอบสถานที่ว่าสามารถ
จะจุคนได้ 49 คน
ในเวลาเดียวกันหรือไม่และมีสิ่งก่อสร้างใดๆที่จะกีดขวางการหนีไฟ
หรือไม่เป็นต้น
หน่วยงานในระดับมณฑล
(County)
Business
Filing and Registration เพื่อขอรับใบอนุญาตใช้ชื่อกิจการตามที่ต้องการหรือ Fictitious
Name Filing
โดยเจ้าของกิจการแจ้งความจำนงค์ที่จะตั้งชื่อกิจการตามที่ต้องการแก่เจ้าพนักงาน
เจ้าพนักงานจะประกาศความตั้งใจใช้ชื่อดังกล่าวต่อสาธารณชนเป็นเวลาประมาณ
เดือน หากไม่มีผู้ใดคัดค้าน เจ้าพนักงาน
ก็จะแจ้งให้ทราบและอนุญาตให้ใช้ชื่อดังกล่าวได้
Environmental
Health Plan Check Office เพื่อขอรับใบอนุญาต Health
Permit สำหรับการประกอบกิจการร้านอาหาร
หน่วยงานดังกล่าวจะส่งเจ้าพนักงานมาตรวจสถานที่ประกอบการภายในตัวอาคารทั้งหมดที่ไม่สัมผัสกับตัวอาคารหรือ
Building Structure เช่น
อุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆที่ใช้ในครัว และในห้องรับประทานอาหาร เป็นต้น
นอกจากนี้ในบางเมืองเจ้าพนักงานจะทำการตรวจสอบใบรับรองการผ่านการอบรมการประกอบอาหาร
(Food Handling Certificate) อีกด้วย
ใบรับรองดังกล่าวสามารถจะหาได้จากการไปสอบกับหน่วยงานรัฐบาลโดยตรงหรือเข้ารับการอบรมภาคเอกชนที่เปิดสอน/สอบ
หน่วยงานระดับมลรัฐ
(State)
Economic
Development Department จะให้ State Registration From
สำหรับการจ้าง
พนักงานในธุรกิจการค้าที่มีจำนวนพนักงานเกินกว่า
1 คนขึ้นไป
โดยวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการจ่ายค่าจ้างและการเสียภาษีรายได้ของพนักงาน
Board of
Equalization เพื่อขอ State Tax Account Number หรือ Seller Permit สำหรับ
การประกอบธุรกิจที่จะมีการเก็บภาษีขายปลีก
(Retail Sales
Tax) จากลูกค้าหรือจ่ายภาษีการค้าให้แก่รัฐบาล
California
Alcoholic Beverage Control Department เพื่อขอ Star
Liquor License หรือใบอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์
เบียร์ ไวน์ ในร้านได้
ในกรณีที่เปิดร้านใหม่หรือร้านเก่าไม่มีใบอนุญาตดังกล่าว ในกรณีที่เข้าไป
Take over ร้านที่มีใบอนุญาตนี้อยู่แล้วและยังไม่ถูกเพิกถอนก็สามารถใช้ใบนั้นต่อไปได้เลย
หน่วยงานระดับรัฐบาลกลาง
(Federal)
Internal
Revenue Service เพื่อขอ Federal Identification Number
สำหรับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างเกินกว่าหนึ่งคน
เพื่อควบคุมการเสียภาษีรายได้ส่วนบุคคลและภาษีรายได้จากธุรกิจ
Immigration
and Naturalization Service ในกรณีขอใบอนุญาตทำงาน
หรือการขอวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าไปประกอบธุรกิจในสหรัฐฯ
อนึ่ง
เนื่องจากสถานประกอบการร้านอาหารจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไปได้หลายลักษณะและอาจจะต้องมีใบอนุญาตประกอบการอื่นๆเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษ
แม้กระทั่งสถานที่ตั้งของร้านอาหารก็อาจจะส่งผลต่อความแตกต่างของใบอนุญาตที่จำเป้นต้องใช้หรือหน่วยงานที่จำเป็นจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง
ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจแต่ละเมืองจะมีหน่วยงานที่เรียกว่า
Permit Assistance Center ซึ่งอาจจะสอบถามสถานที่ติดต่อได้จากหน่วยงานกลางใน City Hall
หรือ
อาจจะสอบถามข้อมูลหรือขอความช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งธุรกิจขนาดย่อมได้จากหน่วยงาน
U.S Small Business Administration ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯซึ่งจะมีสาขาอยู่ตามเมืองใหญ่ๆทั่วสหรัฐฯ
หลักเกณฑ์/หลักฐานการขอใบอนุญาตเปิดร้านอาหาร/ภัตตาคารไทย
ใบอนุญาตที่จำเป็นต่อการเปิดร้านอาหารไทยในสหรัฐฯทั้งสิ้นๆได้ระบุไว้แล้วในหัวข้อ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี
การเปิดร้านอาหารในสหรัฐฯสามารถแบ่งคราวๆได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
1. การเปิดร้านใหม่
หรือ การสร้างสถานที่นั้นขึ้นมาเป็นร้านอาหารเป็นครั้งแรก ในกรณีนี้
จะต้องทำการขอใบอนุญาตและได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเสียก่อน
การเข้า Take Over ร้านอาหารที่มีอยู่ก่อนแล้ว
การเข้า Take Over ร้านอาหารที่มีอยู่ก่อนแล้วแต่ได้ปิดกิจการไปแล้วเกินกว่า 3
เดือน ก็จะต้องเริ่มต้น
การขออนุญาตใหม่เกือบจะทั้งหมด
การเข้า Take Over ร้านอาหารที่มีอยู่ก่อนนี้แล้วที่ได้ปิดกิจการไปแล้วไม่ถึง
3 เดือน หรือเป็นการ
เข้าดำเนินกิจการต่อโดยไม่ได้ปิดกิจการเดิมเลย
สามารถใช้ใบอนุญาตที่มีอยู่แล้วต่อไปได้เลย และในกรณีที่
กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมกฎข้อบังคับต่างๆเพิ่มขึ้น
ในกรณีที่ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญมากนัก เจ้าของกิจการสามารถขอผ่อนผันหรือต่อรองเพื่อขอยกเว้นการปฏิบัติตามกฎนั้นๆได้
กฎระเบียบต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ
มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและเป็นการยากสำหรับบุคคลทั่วไปที่จะสามารถรับทราบได้หมด
ดังนั้น ในการปฏิบัติเพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการ ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลา
ผู้ประสงค์จะเปิดธุรกิจควรที่จะใช้บริการของผู้ที่ประกอบอาชีพอยู่ในวงการที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหาร
เช่น การจ้างผู้เขียนแบบหรือช่างที่ทำการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าต่างๆ
บุคคลเหล่านี้จะทราบความเคลื่อนไหวของกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา
สามารถที่จะช่วยให้ผ่านการตรวจสอบของเจ้าพนักงานของรัฐฯที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว
การสืบหาบุคคลเหล่านี้สามารถกระทำได้โดยการสอบถามจากผู้ที่อยู่ในวงการ เช่น
เจ้าของร้านอาหารรายอื่นๆหรือร้านจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในภัตตาคาร เป็นต้น
ขั้นตอนพื้นฐานของการเปิดกิจการร้านอาหารโดยทั่วไปก็คือ
การติดต่อ
Building and
Safety Department และ Environmental Health Plan Check
Office เพื่อให้มาตรวจร้านอาหารและออกใบอนุญาตให้
ขั้นตอนนี้จะต้องกระทำในทันทีและดำเนินไปพร้อมๆกัน Floor Plan ที่จะส่งให้แก่หน่วยงานทั้งสองจะเป็นคนละชุดกัน
เมื่อได้รับอนุญาตจากหน่วยงานทั้งสองแล้วจึงจะสามารถทำการเปิดร้านได้
แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะต้องมี
ใบอนุญาตประกอบการและอื่นๆที่จำเป็นพร้อมแล้วด้วยจึงจะสามารถดำเนินการขายบริการแก่ลูกค้าได้
อนึ่ง
เมื่อร้านได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการได้แล้วโดยสมบูรณ์
ผู้ประกอบการก็จะต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับต่างๆอย่างเข้มงวด
เนื่องจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องจะสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ตลอดเวลาทั้งในกรณีที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ประจำตามระเบียบ
เช่น หน่วยงาน สาธารณสุข
หรือในกรณีที่ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสืบดูการดำเนินธุรกิจเนื่องจากมีข้อสงสัยว่าจะมีการกระทำที่ผิดกฎหมาย
เช่น หน่วยงานเก็บภาษีของสหรัฐฯ หน่วยงานแรงงาน หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง
เป็นต้น
หน่วยงานต่างๆเหล่านี้ทุกหน่วยงานมีอำนาจในการสั่งปิดร้านได้ในกรณีที่เห็นว่าได้มีการฝ่าฝืนเกิดขึ้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของตน
การที่จะเปิดร้านได้อีกครั้งหนึ่งก็ต่อเมื่อได้ทำการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆและเจ้าพนักงานจากหน่วยงานที่เป็นผู้สั่งปิดได้มาทำการตรวจสอบแล้วพบว่าได้มีการแก้ไขให้เป็นไปตามกฎระเบียบแล้ว
ก็จะอนุญาตให้เปิดทำการได้อีกครั้งหนึ่ง
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
ไม่สามารถประเมินจำนวนเงินต่อหน่วยนับได้
เนื่องจากจำนวนค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับตัวแปรที่มีความแตกต่างกันอย่างหลายหลากเงินลงทุนขั้นต่ำ/งบประมาณในการลงทุนต่อตารางเมตร หน่วยวัดในสหรัฐฯจะไม่ใช้ระบบเมตริก
ดังนั้นหน่วยวัดโดยปกติจะเป็นตารางฟุต
งบประมาณการลงทุนต่อตารางฟุตจะขึ้นกับขนาดของร้าน ทำเลที่ตั้ง
จำนวนของพนักงานในร้าน ลักษณะของร้านอาหาร
และความสามารถในการต่อรองราคาของผู้ประสงค์จะดำเนินธุรกิจ
แต่โดยปกติแล้วการเปิดร้านอาหารในเมืองใหญ่ที่มีค่าครองชีพสูงเช่นมณฑลลอสแอนเจลิส
เมืองซานฟรานซิสโก หรือซานดิเอโก
ผู้ประสงค์จะเปิดกิจการในระดับเล็กๆควรจะต้องมีเงินทุนอย่างน้อยประมาณ
100,000 เหรียญฯ สำหรับเป็นค่าซื้อกิจการ ค่าเช่าร้าน
ค่าตกแต่งซ่อมแซมร้าน จัดหาอุปกรณ์ต่างๆและค่าโฆษณา เป็นต้น
และควรมีเงินสำรองสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการอย่างน้อยประมาณ
6 เดือน
ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นช่วงระยะเวลาที่จะสามารถตัดสินใจได้ว่าธุรกิจจะมีอนาคตอย่างไรหรือต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
ในกรณีที่ต้องการซื้อตัวอาคารเพื่อใช้เปิดกิจการก็จะต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายการขอใบอนุญาตต่างๆและจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
เป็นต้น
โดยปกติแล้วค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาตต่างๆที่หน่วยงานรัฐบาลเรียกเก็บจะมีอัตราที่ถูกมากหรือบางหน่วยงานจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ
ดังนั้นค่าธรรมเนียมจะไม่ใช่ตัวแปรที่สำคัญ
แต่ขบวนการขอใบอนุญาตบางรายการจะค่อนข้างยุ่งยากและจำเป็นต้องใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปโดยรวดเร็วและถูกต้อง
บุคลากรที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือทนายความที่มีความเชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ
การจดทะเบียนหุ้นส่วน การเปิดธุรกิจ การขอใบอนุญาตทำงาน
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นต้น
ค่าบริการจะขึ้นอยู่กับชื่อเสียงของทนายและความยากง่ายของงาน
ค่าเช่าร้าน/พื้นที่ ไม่วสามารถระบุได้ขึ้นอยู่กับสภาพร้าน ขนาดของร้าน
ทำเลที่ตั้ง ความมีชื่อเสียงของร้านเดิม (ในกรณีที่เข้าไป Take Over) และการทำความตกลงกับผู้ให้เช่า
การคิดค่าเช่าร้านจะคิดในราคาต่อพื้นที่หนึ่งตารางฟุต
ระยะเวลาการให้เช่าส่วนใหญ่จะกำหนดเป็นระยะทุกๆ 5 ปี
โดยเริ่มตั้งแต่ 5 ปี 10 ปี และ
15 ปี เป็นต้น แต่ทั้งนี้
ผู้ให้เช่าบางรายจะยอมให้มีการทำสัญญาโดยเพิ่ม option จากระยะเวลาเช่าตามที่ตกลงกันออกไปอีกนานเท่าที่จะตกลงกัน
ซึ่งจะเป็นหลักประกันว่าเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง
ผู้เช่าจะมีโอกาสที่จะเช่าต่อได้อีกอย่างน้อยภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ใน
option การขึ้นค่าเช่าจะต้องอยู่ภายในอัตราส่วนร้อยละต่อปีตามกฎหมายได้กำหนดไว้สำหรับแต่ละพื้นที่
ภาษี
(ภาษีป้าย ภาษีการค้า สรรพสามิต ภาษีโรงเรือน
ฯลฯ)
ภาษีพื้นฐานที่ผู้ประกอบการร้านอาหารจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ภาษีรายได้ส่วนบุคคล
คิดจากผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจในส่วนที่บุคคลนั้นๆได้รับในแต่ละปี
ในกรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ และค่าจ้างที่ได้รับในกรณีที่เป็นพนักงานในร้าน
ร้านที่เจ้าของกิจการเป็นสามีภรรยากันทั้งสองคน
อาจจะไม่ต้องมีชื่ออยู่ใน
pay roll
หรือบัญชีการจ่ายเงินค่าจ้าง
แต่บุคคลอื่นๆในครอบครัวที่ทำงานอยู่ในร้านจะต้องได้รับเงินค่าจ้างและมีชื่ออยู่ในบัญชีการจ่ายเงินค่าจ้าง
- ภาษีธุรกิจคิดจากรายได้ของกิจการ ภาษีการขาย
แตกต่างกันไปแต่ละพื้นที่ เช่น ในเขตมณฑลลอสแอนเจลิสคิดในอัตราร้อยละ
8.25 ภาษีรายการนี้
เจ้าของร้านจะบวกเข้าไปในราคาอาหารและเก็บจากลูกค้าแยกไว้ให้แก่รัฐบาลท้องถิ่น
(State) ซึ่งจะควบคุมการเก็บภาษีนี้โดยการดูยอดขายต่อวันที่ร้านค้าจะต้องจัดส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกเดือน
ภาษีเงินรายได้จากการรับทิป (Tax Tip) ที่ลูกค้าให้แก่พนักงานบริการในร้าน
แม้ว่าจะเป็นความรับผิดชอบของพนักงานผู้รับเงินแต่เจ้าของร้านจะต้องสามารถควบคุมให้มีการจ่ายในส่วนนี้
โดยปกติแล้วร้านค้าส่วนใหญ่จะป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในด้านนี้โดยการจ้างบริษัท
หรือเอกชนทำหน้าที่ในการจัดทำบัญชีและการเก็บตัวเลขต่างๆให้
การลงทุนเปิดร้านอาหารไทย
ไม่สามารถประเมินจำนวนเงินต่อหน่วยนับได้
เนื่องจากจำนวนค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับตัวแปรที่มีความแตกต่างกันอย่างหลายหลากสัดส่วนการลงทุน
ขึ้นอยู่กับการทำความตกลงกันในระหว่างหุ้นส่วน
ในธุรกิจประเภทนี้รัฐบาลสหรฐฯไม่มีกฎหมายกำหนดสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติต่อนักลงทุนท้องถิ่น
เงินลงทุน
(โดยประมาณ) ของร้านอาหารประเภทต่างๆ เช่น
ภัตตาคารระดับดี ร้านอาหารระดับกลาง อาหารจานด่วน Corner/Kiosk, all
you can eat เป็นต้น
ไม่สามารถประเมินได้เนื่องจากมีตัวแปรหลายอย่างตั้งแต่ทำเลที่ตั้ง
ชื่อเสียงของร้านเดิม และลักษณะของร้านที่จะจัดตั้ง โปรดดูหัวข้อ
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ
รูปแบบร้านอาหารในแต่ละเมือง
จำนวน (ร้าน)
เต็มรูปแบบ
(Full
Restaurant) ขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 70 ตรม.
ขนาดกลาง
(Mini
Restaurant) ขนาดพื้นที่ไม่เกิน 70
ตรม.
ขนาดเล็ก
(Corner/Kiosk)
ขนาดพื้นที่ไม่เกิน 50 ตรม.
ในรัฐแคลิฟอร์เนียรัฐเดียวซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานฯลอสแอนเจลิส
มีร้านอาหารไทยอยู่ นับร้อยๆร้าน
ในเขตมณฑลลอสแอนเจลิสและมณฑลใกล้เคียงในปัจจุบันมีร้านอาหารที่แจ้งชื่อไว้ในสมุดโทรศัพท์รายชื่อกิจการของคนไทยอยู่ประมาณ
330 ร้าน ในเขตแคลิฟอร์เนียภาคเหนือประมาณ 187
ร้าน ในเขตเมืองซานดิเอโกประมาณ 16 ร้าน
ทั้งนี้ยังไม่รวมร้านที่ไม่ได้แจ้งชื่อไว้ในสมุดโทรศัพท์
หากจะนับร้านอาหารอาหารประเภทอื่นๆในแต่ละเมืองแล้วจะมีนับเป็นพันๆร้าน
และในปัจจุบันไม่มีการเก็บข้อมูลจำนวนร้านอาหารทั้งสิ้นไว้
สำนักงานฯลอสแอนเจลิสจึงไม่สามารถตอบข้อสอบถามข้อนี้ได้
อนึ่ง
การวัดขนาดของร้านอาหารในสหรัฐฯนิยมวัดกันที่จำนวนที่นั่งที่ร้านสามารถจะจุได้เต็มที่เช่น
ร้านขนาด 10 ที่นั่ง 50 ที่นั่ง เป็นต้น
รสนิยมของผู้บริโภคแต่ละท้องถิ่น
ผู้บริโภคในมลรัฐแคลิฟอร์เนียมีความคุ้นเคยกับการทดลองรับประทานอาหารพื้นเมืองขอชนชาติต่างๆสูง
เนื่องจากเป็นรัฐที่มีประชากรที่มีชาติพันธ์แตกต่างกันหลายชาติ
อาศัยอยู่รวมกันมาเป็นเวลานาน
อาหารที่ได้รับความนิยมบริโภคนอกจากอาหารพื้นเมืองอเมริกันแล้ว ได้แก่
อาหารฝรั่งเศส อาหารอิตาเลี่ยน อาหารจีน และอาหารไทย
รสชาติอาหารไทยที่ผู้บริโภคในมลรัฐแคลิฟอร์เนียนิยมรับประทานมีตั้งแต่รสชาติดัดแปลงเพื่อให้ถูกปากคนที่ไม่เคยทานอาหารรสจัดแบบอาหารไทยมาก่อน
ร้านอาหารประเภทนี้ส่วนมากจะปรุงรสออกไปทางหวาน
ร้านอาหารที่พยายามรักษารสชาติเข้มข้นแบบไทยๆไว้แต่ให้มีรสเผ็ดน้อยมาก
และร้านอาหารที่ปรุงรสแบบไทยแท้
ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้บริโภคที่มีความคุ้นเคยกับอาหารไทยดีมาก
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ
ณ นครลอสแอนเจลิส
ข้อมูลการจัดตั้งร้านอาหาร/ภัตตาคารไทยในตลาด
นครชิคาโก สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครชิคาโก
ประเทศ สหรัฐอเมริกา
ทำเลที่ตั้ง
(เมืองที่เหมาะสม)
ชิคาโก
มินเนอาโปลิส ดีทรอยด์ เซนต์หลุยส์
กฎระเบียบสุขอนามัย
ในสหรัฐฯมีกฎระเบียบควบคุมด้านสุขอนามัยด้านอาหารเข้มงวดมาก
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Revenue
Department ของนครชิคาโกเพื่อขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
City Health Department ของเทศบาล
ตรวจสอบในด้านกฎระเบียบ และการควบคุมด้านสุขอนามัยของธุรกิจ
State
Department of Public Health จะออกระเบียบควบคุมเป็นการ
ครอบคลุมโดยรวม County Clerk เพื่อขอป้ายชื่อธุรกิจ
Department of Revenue ของรัฐ เพื่อขอรับ State
Tax I.D. Secretary of State ของรัฐ เพื่อการจดทะเบียนบริษัท
Department of Revenue ของรัฐบาลกลาง เพื่อขอรับ
Fed I.D.
หลักเกณฑ์/หลักฐานการขอใบอนุญาตเปิดร้านอาหาร/ภัตตาคาร
ใบขับขี่รถยนต์ของรัฐที่อาศัยอยู่
เอกสารแสดงถิ่นที่อยู่อาศัย Federal Tax
I.D. State Tax I.D.
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ จำนวนเงิน
เงินลงทุนขั้นต่ำ/งบประมาณในการลงทุนต่อตารางเมตร อย่างต่ำ 50,000 เหรียญฯ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายการขออนุญาตต่างๆ 1,000
เหรียญฯ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า500 - 2,500
เหรียญฯ ค่าเช่าร้าน/พื้นที่
15-35 เหรียญฯ/ปี/ต.ร.ฟ. ภาษีป้าย 5-25 เหรียญฯ/ปี
ภาษีการค้า ร้อยละ 7.5-9.25 สรรพสามิต
เสียเฉพาะค่าใบอนุญาตต่อปี ภาษีโรงเรือน จะรวมอยู่ในราคาเช่า อื่นๆ
การลงทุนเปิดร้านอาหารไทย
จำนวนเงิน (เหรียญสหรัฐฯ)
สัดส่วนการลงทุน
ไม่มีข้อจำกัด เงินลงทุน (โดยประมาณ) อย่างต่ำ 50,000 เหรียญฯ
ภัตตาคารระดับดี 3 แสนเหรียญฯ หรือมากกว่า
ภัตตาคารระดับกลาง 1 แสน - 3 แสนเหรียญฯ
ร้านอาหารจานด่วน 5 แสน - 2 แสนเหรียญฯ
รูปแบบร้านอาหารในแต่ละเมือง
จำนวน (ร้าน)
แบบเต็มรูปแบบ
(Full
Restaurant) มากกว่า 70 ต.ร.ม. ในรัฐอิลลินอยส์มีจำนวนร้าน อาหารทั้ง 3 แบบรวมกัน 25,850 แห่งในปี 2541
ขนาดกลาง
(Mini
Restaurant) น้อยกว่า 70 ต.ร.ม.
ขนาดเล็ก
(Corner/Kiosk)
น้อยกว่า 50 ต.ร.ม.
รสนิยมของผู้บริโภคแต่ละท้องถิ่น
ผู้บริโภคในนครชิคาโกและเมืองใกล้เคียงมีความคุ้นเคยกับอาหารไทย
และนิยมรับประทาน อาหารไทย แต่ถ้าหากห่างไกลออกไปจะรู้จักอาหารไทยน้อยลงไป
นอกจากนั้นแล้วในเมืองใหญ่ๆที่มีประชากรหนาแน่น เช่น ดีทรอยต์
นินเนอาโปลิส-เซนต์พอลล์ หรือ เซนต์หลุยต์ เป็นต้น
ก็จะมีลักษณะคล้ายๆกับนครชิคาโก